อยากเรียนดำน้ำ ต้องเริ่มอย่างไรดีนะ ?

เรียนดำน้ำ ต้องเริ่มอย่างไรดี

เบื่อไหมกับการกักตัวอยู่บ้านมา 2 ปี ? ช่วงนี้ประเทศเริ่มเปิด สถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น เริ่มออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านได้แล้ว ทำไมไม่หากิจกรรมใหม่ๆ ทำล่ะ ? การไปเรียนดำน้ำ scuba ซึ่งก็คือการเรียนดำน้ำลึก ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางเลือกที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากในขณะนี้ หันไปทางไหนก็เห็นแต่คนไปดำน้ำ เปิดเฟสบุ๊คไปก็เห็นแต่เพื่อนๆ อวดรูปบนเรือ รูปถ่ายใต้น้ำสวยๆ เริ่มมีข่าวพบฉลามหรือสัตว์น้ำที่หายากชนิดอื่นๆ ในน่านน้ำประเทศไทยมากขึ้นหลังจากการฟื้นตัวของระบบนิเวศในช่วงเวลาที่จำกัดการท่องเที่ยว นับว่าเป็นจังหวะที่ดีของการมาดำน้ำท่องเที่ยวไปในโลกใต้ทะเล แล้วเราจะรออะไรกันอยู่ล่ะ รีบหาสถานที่สอนดำน้ำและออกไปเรียนดำน้ำกัน !

เป็นมือใหม่อยากเริ่มดำน้ำ ควรหาข้อมูลอะไรบ้าง ?

สำหรับมือใหม่ที่อยากหากิจกรรมใหม่ๆ ในวันหยุดทำ โดยเบื่ออยู่บ้าน หรือสนใจอยากเรียนดำน้ำ แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากอะไร ไม่มีคนใกล้ตัวที่ดำน้ำให้ถาม หรือยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าต้องศึกษาและรู้ข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อม วันนี้เราได้สรุปมาให้อ่านกัน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกประเภทการดำน้ำเลย

1. หาสถาบันที่อยากเรียน

สำหรับการเรียนดำน้ำ scuba ก็มีของหลากหลายสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรของ SSI ,PADI ทั้ง 2 สถาบันได้การรับรองจาก ISO (International Organization for Standardization) และ WRSTC (World Recreational Scuba Training Council) ทั้งคู่ จึงเป็นมาตรฐานในการใช้เรียนและสอนดำน้ำได้ทั่วโลก โดยมีเนื้อหาการสอน และระยะเวลาการเรียนเท่าๆ กัน ซึ่งทางคลับ Amity เองก็ใช้หลักสูตรการสอนของทั้งสถาบัน SSI และ PADI ร่วมกัน

2. หาโรงเรียนสอนดำน้ำ

เมื่อเราเลือกสถาบันที่อยากเรียนได้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องหาโรงเรียนสอนดำน้ำที่สอนในหลักสูตรที่เราต้องการ เพราะบางที่สอนแค่สถาบันเดียว หรือบางที่อาจรับสอนทั้ง 2 สถาบัน ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จะมีข้อดีแตกต่างกันออกไป เนื้อหาการสอน ทฤษฎีต่างๆ ในหลักสูตรมักจะเหมือนๆ กัน จะแตกต่างกันที่การถ่ายทอดความรู้จากครูผู้สอน แต่ละโรงเรียน ก็จะมีครูผู้เชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ในการดำน้ำและการสอน จึงมั่นใจได้เลยว่าเรียนจบไปสามารถดำน้ำเล่นได้อย่างสนุกและปลอดภัยแน่นอน

3. สถานที่และการเดินทาง (Location)

โรงเรียนสอนดำน้ำในปัจจุบันมีเปิดสอนในหลายๆ ที่ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เลือกสถานที่ที่สะดวกและเหมาะสมกับเราจะทำให้การเดินทางและการจัดสรรเวลาสะดวกสบายมากขึ้น หากคนที่อยู่กรุงเทพและมีเวลาน้อย อาจเลือกโรงเรียนสอนดำน้ำในกรุงเทพ ซึ่งจะได้เรียนภาคปฏิบัติในสระและทฤษฎีจากกรุงเทพก่อน และหาวันเวลาว่างอีกครั้งเพื่อออกสอบทะเล โดยส่วนมากมักจะออกสอบทะเลแสมสาร แต่หากใครมีเวลา อยากมาเที่ยวภูเก็ต ชมทะเลใต้ แต่ยังไม่มีประสบการณ์การดำน้ำ สามารถมาเรียนดำน้ำภูเก็ตที่ Amity ได้ค่ะ ใช้เวลาเรียนเพียง 4 วันเท่านั้น ได้ออกสอบทะเลเกาะราชา น้ำใสๆ ถึง 2 วัน พร้อมรับรูปถ่ายใต้น้ำสวยๆ

เรียนดำน้ำ

4. ราคา

แต่ละโรงเรียนสอนดำน้ำจะมีราคาและโปรโมชั่นที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของสถาบันที่เปิดสอน อุปกรณ์ที่ใช้ในการสอน และอื่นๆ อย่างเช่น บางที่ราคาอาจไม่รวมค่าเรือออกสอบ ค่าเช่าอุปกรณ์ ฯลฯ โดยจะต้องจ่ายแยกต่างหากจากค่าเรียน ซึ่งที่โรงเรียน Amity ค่าใช้จ่ายจะรวมทั้งค่าเรือออกสอบดำน้ำภูเก็ต 2 วัน 6 ไดฟ์ที่เกาะราชา,ค่าธรรมเนียมออกบัตรดำน้ำ, ค่าหนังสือ E-book, ค่าเช่าอุปกรณ์เกรดพรีเมี่ยม, ค่าอาหารบนเรือ, ค่าเรือ ควรมีงบประมาณเตรียมไว้สัก 16,000 บาท +-  โดยประมาณ แยกงบค่าเดินทางและที่พักต่างหาก

5. คอร์สเรียนดำน้ำ

หลายคนคงสงสัยว่าเรียนดำน้ำนั้นมีกี่เลเวล แล้วเราควรเรียนไปถึงขั้นไหน ? ซึ่งต้องนั่งเลือกดูเอง เพราะแต่ละที่ก็จะมีคอร์สเรียนแตกต่างกันไป สำหรับใครที่หาที่เรียนดำน้ำภูเก็ต หลักสูตร scuba หรือเรียนดำน้ำลึก ทางเรามีคอร์สเรียนทั้งหมดดังนี้

  • Try scuba เป็นคอร์สเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยดำน้ำ แล้วอยากลองดำน้ำว่าเป็นอย่างไร สามารถมาลองคอร์สนี้ก่อนได้ค่ะ ซึ่งจะได้ลองสวมชุดและใช้อุปกรณ์ดำน้ำในสระว่ายน้ำ หากติดใจหรือชื่นชอบสามารถลงเรียนคอร์สเรียนดำน้ำจริงได้เลย
  • Open Water Diver สำหรับมือใหม่ไม่มีประสบการณ์ ต้องเริ่มจากการเรียนคอร์สนี้ก่อนเป็นลำดับแรก เป็นคอร์สที่สอนพื้นฐานทั้งหมดในการดำน้ำ scuba ซึ่งเมื่อจบแล้วเราจะได้บัตรดำน้ำที่ดำได้ทั่วโลกในความลึกไม่เกิน 18 เมตร
  • Advance Adventurer หากผู้ที่มีประสบการณ์เคยผ่านการเรียนคอร์ส Open Water Diver มาแล้ว และอยากเพิ่มขีดจำกัดลงไปในระดับความลึกที่มากขึ้นถึง 30 เมตร และได้ฝึกฝนสกิลอื่นๆ เพิ่ม เช่น การดำดูเรือจม, การดำน้ำตอนกลางคืน (Nightdive), การนำทางใต้น้ำ ฯลฯ สามารถลงเรียนคอร์สนี้ต่อได้ทันที
  • Open Water Diver + Advance Adventurer ใครที่ไม่มีประสบการณ์การดำน้ำ และต้องการเรียนครั้งเดียวแล้วจบคอร์ส Advance เลยก็สามารถเรียนควบคู่ในคอร์สนี้ได้เลย สำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำดูปะการังในเชิงสันทนาการ ลงเรียนถึงขั้น Advanced Adventurer ก็ถือว่าเพียงพอ
  • Stress and Rescue และคอร์ส React Right หากใครที่ต้องการเรียนเพื่อจะเตรียมตัวสู่การเป็น Divemaster หรือต้องการมีทักษะในการจัดการกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ และช่วยเหลือคนรอบข้าง เช่น การ CPR, การให้ออกซิเจน หลังจากจบขั้น Advance แล้วสามารถลงเรียนคอร์ส ที่จะช่วยให้สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับนักดำน้ำ ที่เกิดจากความเมื่อยล้าหรือผู้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆ ได้

ส่วนนักดำน้ำที่ต้องการให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ทั้งสกิลต่างๆ หรือต้องการใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ก็สามารถลงเรียนในหลักสูตรดำน้ำขั้นต่อไปได้

  • Enrinched Air Nitrox คอร์สนี้เรียนรู้การใช้ถังอากาศ Nitrox ซึ่งจะช่วยให้เพื่อนๆ มีเวลา NDL มากขึ้น หรือช่วยให้ดำน้ำได้นานมากขึ้นจากการใช้ถังอากาศประเภทนี้ที่จะมีสัดส่วนของปริมาณออกซิเจนมากกว่าถังอากาศแบบธรรมดา
  • Recreational Sidemount ใครที่ต้องการดำน้ำโดยมีถังอากาศมากกว่าถังเดียว เพื่อให้อยู่ใต้น้ำได้นานขึ้น ทางโรงเรียนก็มีคอร์สพื้นฐานในการแบกถังอากาศ 2 ถัง อย่างถูกวิธี
  • Extended Range Sidemount สำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำเชิง Technical ที่บูรณาการทักษะทั้งหมดในคอร์สอื่นๆ มาใช้ร่วมกันไว้ในคอร์สนี้เพื่อปลดล็อคขีดจำกัดระดับความลึกในการดำน้ำได้มากถึง 45 เมตร

การเตรียมตัวก่อนมาเรียนดำน้ำ

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

การดำน้ำเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะ เราควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสดชื่น และควรดื่มน้ำมากๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า หรือน้ำผสมเกลือแร่ วิตามิน เพื่อไม่ให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรค DCS

2. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้สมรรถภาพการคิดคำนวณหรือการควบคุมอุปกรณ์ลดลง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เนื่องจากกระตุ้นให้ไตกรองของเสียและผลิตปัสสาวะมากขึ้น การขาดน้ำจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค DCS

เตรียมตัวก่อนมาเรียนดำน้ำ

3. วางแผนการเดินทาง

หากเดินทางโดยเครื่องบิน ขากลับควรจองตั๋วเครื่องบินหลังจากดำน้ำไดฟ์สุดท้ายเป็นระยะเวลา 18-24 ชั่วโมง เพื่อเป็นเวลาพักน้ำหรือการให้ร่างกายคลายก๊าซไนโตรเจนออกให้หมด ยิ่งเวลาพักนานก็ยิ่งดี

4. เตรียมชุดว่ายน้ำ ครีมกันแดด

ครีมกันแดดควรจะใช้เป็นแบบไม่มีสารทำลายปะการัง (Reef safe) ปัจจุบันปะการังถูกทำลายจากสารเคมีที่อยู่ในครีมกันแดดไม่น้อย เราควรช่วยกันรักษาธรรมชาติไม่ให้ถูกทำลาย โดยเริ่มจากการใช้ครีมกันแดดที่ปลอดจากสารเคมี 4 ประเภท ได้แก่ Oxybenzone (Benzophenone-3, BP-3), Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate), 4-Methylbenzylid Camphor (4MBC), Butylparaben ซึ่งเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการัง มาเริ่มต้นรักษาธรรมชาติได้ง่ายๆ จากการเลือกครีมกันแดดที่เราใช้กันนะคะ

หากเพื่อนๆ สนใจเรียนดำน้ำที่ภูเก็ต ทางโรงเรียน Amity Diving club เองก็มีราคาค่าเรียนในคอร์สต่างๆ ซึ่งเป็นราคาที่รวมทุกอย่างในการเรียนดำน้ำแล้ว ทั้งค่าเช่าอุปกรณ์ครบเซ็ทแบบ Premium, ค่าออกเรือดำน้ำ, ค่าอาหารบนเรือ, ค่าเรือ ฯลฯ เพียงเตรียมแค่ชุดสูทดำน้ำสวยๆ ไว้ถ่ายรูป จองโรงแรม พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม แล้วมาพบกับความสนุกสนานและเพลิดเพลินกับธรรมชาติและสีสันใต้ท้องทะเลในระหว่างคอร์สเรียนดำน้ำลึก พร้อมรับรูปใต้น้ำสวยๆ กลับบ้าน เอาไปลงโซเชียลหรืออวดเพื่อนได้เลย หรือหากต้องการซื้ออุปกรณ์ดำน้ำ ทริปดำน้ำเส้นทางต่างๆ ทั้งดำน้ำภูเก็ต, กระบี่, พังงา สามารถติดต่อสอบถามกับทางโรงเรียนได้เลยค่ะ